[SF]Phone -2-
posted on 25 May 2009 12:25 by iwrite- 2 -
ครบรอบ เกือบ 2 อาทิตย์แล้วที่ผมคุยกับ ชเว ซีวอนผ่านเจ้าเครื่องมือสื่อสารนี่ ซีวอนเล่าให้ผมฟังว่าเค้าเคยแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า . . . สเตล่า คิม เธอตัดสินใจไปเรียนต่อนอกโดยกะทันหัน น้ำเสียงเศร้าๆ
ของซีวอนเล่าต่อว่า เค้ายังไม่ได้สารภาพรักเธอเลยด้วยซ้ำ
“แล้วนายยังชอบเธออยู่มั้ย ?” ผมรู้ดีว่าคำตอบมันอาจจะทำให้ผมรู้สึกเจ็บที่ด้านซ้าย แต่ยังไงความอยากรู้อยากเห็นมันก็คงห้ามไม่ได้
“ไม่หรอก ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมมีความสุขที่ได้คุยกับฮันเกิงมากกว่านะ”
“พูดอะไรของนายกัน !”
ค่ำคืนนี้ผมคุยกับซีวอนยาวนานเสียเหลือเกิน ไม่ต้องห่วงค่าโทรศัพท์เพราะมันเป็นโทรศัพท์ในจินตนาการเราใช้จิตสื่อถึงกันครับ ดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวส่องแสงแผ่ออกมาด้วยความสวยงาม ซีวอนกำลังจ้องพระจันทร์เหมือนผมอยู่มั้ยนะ ? พรุ่งนี้เป็นการสอบปลายภาคแล้ว เอ่อ ! ผมเกือบลืมบอกท่านผู้อ่านว่า ซีวอน อยู่ม.ปลายปี 1 จริง ๆ หมอนั้นอายุน้อยกว่าผมแต่ด้วยความฉลาดจึงได้เรียนข้ามชั้นไป ~ เสียงหาวของเราทั้งสองคนดังขึ้นผมกัน นาฬิกาบอกเวลา เที่ยงคืน ห้านาทีผมจึงบอกราตรีสวัสดิ์ซีวอน
“ฮันเกิงวันนี้สอบนะลูก ตื่นหรือยังจ้ะ” เสียงเคาะประตูของแม่ดังขึ้นเหมือนเคย ผมลุกขึ้นด้วยความรู้สึกที่มึนหัวสักเล็กน้อยเนื่องจาก คุยโทรศัพท์กับซีวอนดึกไปเสียหน่อย ฮันเกิงก้าวลงรถเมล์ด้วยความเร่งรีบอีก 10 นาทีจะถึงเวลาเข้าห้องสอบแล้ว
สีหน้าของความเครียดแผ่อนุกระจายไปทั่วห้อง บางคนก็ถึงกับนอนฟุบลงกับโต๊ะ เสียงรองเท้าส้นสูงสีแดงของอาจารย์คุมห้อง ดังไปดังมา ฮันเกิงตัดสินใจทำตามแผนที่วางไว้กับซีวอน มือของฮันเกิงที่ในจินตนาการกดไปที่หมายเลขล่าสุดแล้วกดโทรออก ตู้ด . . . เสียงสัญณาญดังก้องไปทั่วหัวฮันเกิง
นา มาน คึม อุล จี อาน กี รึล
กือ แด มา นึน นุน มุล อบส์ ชิ นาน
เพียว ฮา เงด โท แน จู กี รึล
ออง เจน งา ทา ชิ ดุล รา อุล กือ แง รา นึน กอล อัล กี เอ
ซีวอนขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ใครโทรหาเข้าด้วยโทรศัพท์จินตนาการกัน ? แต่ถึงกระนั้นเค้าก็ยังคงเลือกที่จะกดรับมัน น้ำเสียงที่เค้าจดจำได้ดีทั้งหัวใจและความทรงจำดังขึ้น รอยยิ้มผุดขึ้นเล็กน้อย
วิชาในคาบเช้าที่แสนจะน่าเบื่อถูกทำลายลง
“ฮันเกิงจะให้ผมช่วยใช่มั้ยละ ?”
“อ่า ซีวอนช่วยฉันด้วยน้าตอนนี้ฉันชอบสอบวิชาเลขอยู่ หัวฉันโล่งไปหมดเลยย”
น้ำเสียงสดใสของฮันเกิง ซีวอนยิ้มออกมาเล็กน้อยและแล้วการทุจริตข้อสอบจึงเกิดขึ้น ซีวอนบอกการแก้โจทย์ต่างๆนาๆให้ฮันเกิง อาจารย์ที่คุ้มห้องสอบหรือแม้แต่ทุกคนในห้องไม่มีใครรู้ว่าฮันเกิงโกงข้อสอบ
ก็เค้าใช้โทรศัพท์ในจินตนาการนิ อาจารย์คุมสอบประกาศอีก 15 นาทีถึงเวลาเก็บข้อสอบและการสอบวิชาสิ้นสุดลงในคาบเช้า ซีวอนบอกคำตอบข้อสุดท้ายพร้อมกับเสียงออดที่ดังขึ้น ทุกคนวางปากกาลง ฮันเกิงรีบเขียนคำตอบ
แล้ววางปากกาลงข้างกระดาษคำตอบ เสียงถอนหายใจต่างดังขึ้น หมดแล้ววิชาสุดโหดในวันนี้
“ฉันขอบคุณนายนะที่ช่วยบอกข้อสอบในวันนั้นหนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่นายคิดว่าฉันมีตัวตนจริงๆมั้ย ?”
ใบหน้าขาวซีดลงทันที เมื่อฮันเกิงจินตนาการถึง ‘ผี’ แต่แล้วเค้าก็สะบัดความคิดที่ดูไม่เข้าท่าออกไป
“นั้นสิ หรือนายจะเป็นแค่คนที่ฉันจินตนาการถึงเหมือนเจ้าโทรศัพท์นี่นะ”
คิดไปคิดมาผมก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียเลยแหะ . . . หมอนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆหรือเปล่านะ ? และแล้วการพิสูจน์ก็แวบเข้ามาในหัว ผมกับซีวอนตกลงกันว่าเราจะไปร้านแฟมิลี่มาร์ทแห่งนึงที่ไม่ไกลมากนักและสามารถไปได้ทั้งคู่
“ของนายกี่โมงแล้ว”
“ของฉัน 2 ทุ่มตรงเป๊ะแล้วนายละ”
“เอ๋ . . . ของฉัน 3 ทุ่มตรงอะงั้นแสดงว่าเราห่างกัน 1 ชั่วโมง ?”
เกือบ 30 นาทีผมมายืนอยู่หน้าแฟมิลี่มาร์ทเสียแล้ว แผงหนังสือด้านหน้าที่ถูกคุมด้วยพลาสติกใส ‘Home made Vol.54’ หนังสือสุดโปรดของผมเดือนนี้ออกแล้ว มือด้านซ้ายหยิบขึ้นมาด้วยความดีใจ
เปิดอ่านสักเล็กน้อย
I believe คือ แดน งุด เต อบส์ ชี มาน
อี แด โร อี เบียล รุน อา นี แคช โช
I believe นา แอ เง อุ นุน กี รึน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเตือนให้ผมรู้ว่าผมมาทำอะไรที่นี้ เราทั้งสองคนต่างครุ่นคิดว่าจะพิสูจน์กันอย่างไรดี
ผมบอกให้ซีวอนหยิบหนังสือ ‘Home made Vol.54’ ขึ้นมาแล้วเราก็ผลัดกันถามคำถามด้านในเกี่ยวกับหนังสือ
“หน้าที่ 5 ด้านซ้ายสุดบนคอลัมภ์นั้นชื่ออะไร”
“เคล็บการทำความสะอาดเครื่องครัว”
เราทั้งสองคนผลัดกันถามจนแน่ใจว่าต่างฝ่ายต่างมีตัวตนไม่ใช่จินตนาการที่คิดขึ้นมา หิมะแรกในการย่างเข้าสู่ฤดูหนาวตกลงบนหัวของผม อากาศที่เริ่มจะหนาวขึ้นซีวอนจึงบอกให้ผมกลับบ้านไปก่อนแล้วอีกสัก 2 ชั่วโมงค่อยโทรหากันใหม่ แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าซีวอนนั้นมีตัวตนจริง ๆ ผมเปิดประตูไปยังด้านในของร้าน พนังงานที่ง่วนกับการจัดของด้านหลังอยู่ ผมอยู่ดูหนังสือพลาง ๆ
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยค่ะ ?”
“เอ่อ เมื่อสักครู่มีผู้ชายตัวสูง ๆ มายืนดูหนังสือเล่มนี้มั้ยครับ ตอนสักประมาน 2 ทุ่มครึ่งได้”
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรอฟังคำตอบที่มันจะทำให้แน่ใจ พนังงานหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มทำท่าครุ่นคิดสักครู่ พร้อมกับชะโงกออกไปดูหน้าร้านตรงแผงหนังสือแล้วมองมาที่หนังสือที่ผมถืออยู่
“อ๋อ ! โซราคนเมื่อกี้ไงที่ฉันชี้ให้เธอดู หล่อๆเข้มๆอะ” พนังงานอีกคนของแฟมิลี่โผล่ออกมาจากประตูพร้อมกับชี้ไปที่แผงหนังสือ หัวใจผมเต้นแรงเมื่อพนังงานคนนั้นพูดว่า ซีวอนหล่อ ผมก้มหัวขอบคุณก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถเมล์เพื่อกลับบ้าน . . . ชเว ซีวอน
หิมะที่โปรยปรายลงมาสีของมันดูบริสุทธิ์เหมือนรักของผมหรือเปล่านะ . . . ผมรู้สึกได้ว่าถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่หัวใจของผมกลับอิ่มเอิบ ความสุขที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ เสียงเพลง I believe ดังขึ้น แต่มันไม่ใช่โทรศัพท์ในจินตนาการ มันเป็นเสียงของวิทยุบนรถประจำทาง . . .
ฉันเชื่อว่าแม้ฉันจะไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอแต่
นี่จะไม่ใช่การเลิกลา
ฉันเชื่อว่าทางที่จะนำเธอมาสู่ฉัน
นั้นห่างเพียงนิดเดียว
ทุกอย่างที่ผ่านพ้นไป ในความทรงจำเหล่านั้น
มันทำให้ฉันเจ็บปวดและน้ำตาก็ไหลทุกครั้ง
ท้วงทำนองของเพลงยังคงเล่นต่อไป ฮันเกิงเอียงหัวซบกับกระจกเปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงด้วยความเย็นสบายของอากาศ ใบหน้าที่คิ้วเข้มปากได้รูป ผุดเข้ามาในความฝันของผม เค้าดูดีมากเลยทีเดียวทั้งการแต่งตัว เค้าดูเพอร์เฟคจนไม่อาจหาที่ติเตียนเลยได้แม้แต่น้อย แขนทั้งสองข้างนั้นถ้ามันโอบผม มันคงอุ่นมากเลยทีเดียว
I believe คือ แดน งุด เต อบส์ ชี มาน
อี แด โร อี เบียล รุน อา นี แคช โช
I believe นา แอ เง อุ นุน กี รึน
คราวนี้ไม่ใช่เสียงวิทยุของรถแต่เป็นเสียงโทรศัพท์ในจินตนาการของผม ผมตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียและกดรับมัน มีอยู่คนเดียวนั้นแหละครับ ชเว ซีวอน ^_______^
“ถึงบ้านหรือยัง นายลงจากรถเมล์หรือยัง ลงผิดป้ายหรือเปล่า ?”
“ฮ่า ๆ ยังไม่ถึงหรอกอีกป้ายนึงนะ ใจเย็นๆสิฉันตอบไม่ทันนะ”
“ผมเป็นห่วงฮันเกิงนะ . . . ถึงบ้านแล้วช่วยโทรหาผมหน่อย”
ใบหน้าของผมแดงซ่านขึ้นคำพูดห่วงใยของซีวอนช่างอบอุ่นเหลือเกิน ผมไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไปแล้ว ต่อให้ผมต้องเจอกับอะไร ผมก็มั่นใจว่าผมมีเค้า ผมมีชเว ซีวอนที่เคียงข้าง ผมวางสายซีวอนแล้วเดินลงจากรถเมล์ แม่ของผมยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าที่เป็นห่วงเล็กน้อย
“นี่ ฉันถึงบ้านแล้วนะซีวอน”
เมื่อกลับถึงบ้านผมไม่รอช้าที่จะโทรศัพท์จินตนาการโทรหาชเว ซีวอน ผมหัวเราะเล็กน้อยเมื่อซีวอนบ่นอุบอิบว่าโทรมาช้า เค้าเป็นห่วงแค่ไหนรู้มั้ย . . . และก็เหมือนเช่นเคย เราทั้งสองคนคุยกันจนดึกดื่น คืนนี้มีดาวตกด้วยผมอธิฐานว่า . . . ความลับครับ ! ซีวอนบอกผมว่าถ้าเป็นไปได้ . . . อยากจะพบผมสักครั้งนั้นแหละครับคำอธิฐานของเค้า ซีวอนบอกกับผมว่าปิดเทอมนี้อยากลองที่จะเจอกับผมสักครั้ง เราทั้งสองคนตัดสินใจนัดเจอกันที่
ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแถวเมียงดง ผมครุ่นคิดถึงหน้าตาของเค้าจะเหมือนในฝันหรือเปล่านะ ? . .. ผมจะให้อะไรเค้าดี ถ้าผมสารภาพรักไปละ . . . มันจะแย่หรือเปล่า ?
วันที่ 2 เดือนตุลาคม . . .
ผมยืนดูปฏิทินด้วยความตื่นเต้นและดีใจ พรุ่งนี้แล้วที่ผมจะได้เจอ ชเว ซีวอน จะใส่อะไรไปดีละ ? โค้ทตัวไหนดีนะ ผมแอบขำกับการกระทำของตัวเองสักเล็กน้อยมันเหมือนกับหญิงสาวไปเดทแรกยังไงอย่างงั้น ของขวัญกล่องสีขาวที่ผูกด้วยโบว์สีแดงถูกวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอน ผมลูบมันเบาราวกับว่ามันเป็นแก้วหรือของที่สำคัญ
I believe คือ แดน งุด เต อบส์ ชี มาน
อี แด โร อี เบียล รุน อา นี แคช โช
I believe นา แอ เง อุ นุน กี รึน
“ยอโบเซโย . . . ฮันเกิงวันพรุ่งนี้แล้วนะ”
“อื้ม ! เราจะได้เจอกันแล้วละ . . .”
“เอ่อ . . .”
“เอ่อ . . .”
“ฮันเกิงพูดก่อนสิผมค่อยพูดก็ได้ครับ”
“ฉันมีของจะให้นายหนะไม่รู้ว่านายจะชอบมันมั้ยนะ . . .”
“ผมเองก็เหมือนกัน งั้นรีบเข้านอนกันดีกว่าเดียวพรุ่งนี้จะสายนะ”
ดวงตาทั้งสองข้างจดจ้องไปอย่างกล่องของขวัญสีขาว รอยยิ้มผุดขึ้นมือด้านซ้ายเอื้อมไปปิดไฟก่อนที่เปลือกตาทั้งสองข้างจะปิดลง พร้อมกับความหวังในวันพรุ่งนี้ . . . ฉันรักนาย ชเว ซีวอน
“แม่ครับผมไปก่อนนะครับ แล้วผมจะรีบกลับ”
ในวันนี้เป็นวันหยุดงานของแม่ผมครับ ซีวอนจะชอบมันมั้ยนะ . . .ผมเองก็ไม่รู้มันเหมือนกัน หิมะในวันนี้ดูท่าจะโปรยปรายเยอะกว่าเมื่อวานซืน ผมใส่โค้ทสีน้ำตาลเข้มสะพายกระเป๋าหนังด้านข้างสีน้ำตาลเข้มมีพวงกุญแจราเมนถ้วยสีขาวลายแดงห้อยอยู่ กี่โมงแล้วนะ . . . 12:15 น. สายแล้ววซีวอนนัด 12:30 น. เฮ้ออผมได้แต่ถอนหายใจให้กับสภาพรถบนท้องถนนในวันนี้ ทำไมต้องมาติดด้วยเนี่ย ?
“ผู้โดยสารที่จะลงจากรถระวังลื่นนะครับ”
ร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งแบบฝรั่งเก้าอี้แบบโซฟาสีแดงเข้มและสีอื่น ๆ ลูกค้าในร้านวันนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยเยอะนักเพราะยังเป็นช่วงกลางวัน ผมเลือกที่นั่งร้านด้านนอกที่เป็นแบบเก้าอี้ไม้ธรรมดามีร่ม 1 คันกางเพื่อกันหิมะ ใกล้แล้วอีก 5 นาทีที่ผมจะได้เจอซีวอน . . . ผมสั่งลาเต้ไป 1 ที่
“คุณคือ ฮันเกิงใช่มั้ยครับ ?” น้ำเสียงที่ผมจำได้ทันทีเอ่ยขึ้น มือไม้ของผมรวมทั้งหัวใจอยู่เต้นอยู่ด้านซ้ายมันเต้นรัวเสียจนผมไม่สามารถควบคุมมันได้ ซีวอนดูดีเหลือเกินเค้าอยู่ในชุดของโค้ทสีดำ และที่สำคัญใบหน้าของเค้าเหมือนกับในฝันของผม !
“ใช่ครับ นั้นนายใช่มั้ย ชเว ซีวอน ?”
“ครับผมม แห่มเรียกซะเต็มยศสั่งอะไรหรือยังครับ”
“สั่งไปแล้วล่ะ แต่ไม่ได้สั่งเผื่อนายนะฉันไม่รู้นายจะกินอะไรขอโทษที”
ผมรู้สึกประหม่ำเหลือเกินมันไม่เหมือนในโทรศัพท์จินตนาการ ซีวอนเป็นคนสูงมากเลยทีเดียวสูงกว่าผมเล็กน้อยนะครับ ใบหน้าของเค้าจัดว่าดูดีมากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น ดวงตา จมูก หรือ ริมฝีปากนั้น เราทั้งสองคนต่างจ้องมองกันและกัน . . .
“ลาเต้ 1 ที่ได้แล้วค่ะ” พนังงานหญิงสาวเสริฟ์ถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ ผมใช้ช้อนคนพร้อมกับหลับตาสูดกลิ่นที่หอมกรุ่นนั้น ซีวอนยังคงจ้องมองผมอยู่ ผมรู้สึกเขินจังแหะ
“จะเอาน้ำตาลหรอครับเดียวผมไปหยิบให้นะ”
ราวกับว่าซีวอนเค้าอ่านใจของผมออก จึงได้แต่ส่งยิ้มให้เป็นคำตอบร่างสูงเดินหายเข้าไปในร้าน ตรงไปสักข้างหน้าประมานไม่ไกลมากนัก มีการปล้นร้านขายของเกิดขึ้นผมกำลังนั่งดูเจ้าหน้าที่ตำรวจจับชายผู้เป็นขโมย
สายตาที่ชายคนนั้นมองมาที่ผมช่างดูน่าขนลุก และแล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ชายขโมยสะบัดและอาละวาด
ตำรวจที่กำลังจะใส่กุญแจ เค้าคว้าปืนขึ้นมาเล่งมาที่ผม . . .
ปัง ! เสียงลูกตะกั่วสีเงินที่ถูกยิงออกมาจากปืนกระบอกดำดังทั่วไปย่านนั้น ภาพลูกกระสุนวิ่งเข้าหาผมเหมือนภาพที่สโลว์ ร่างของผมแน่นิ่งไม่ขยับไปไหน ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงด้วยความกลัว แต่ร่างหนึ่งกลับโอบผมไว้แทนกระสุนนั้นเจาะเข้าที่ร่างของเค้า มันไม่ใช่แค่ 1 นัดแต่กลับเป็น 2 นัด เมื่อเสียงสงบลง ร่างนั้นก็ล้มลงเลือดที่ไหลมาท้วมร่างชายคนนั้น ! . . . ชเว ซีวอน
“ฮึกก ซีวอนทำไมนายต้องช่วยฉันไม่นะนายห้ามตาย”
“ผะ ผมรักคุณ วอยซ์เมล์”
“ไม่ ซีวอนฉันรักนายอย่าทำแบบนี้”
มือข้างขวาที่กุมผมเมื่อสักครู่ตกลง หิมะสีขาวที่โปรยปรายลงมา เสียงกรีดร้องของผมที่ดังก้อง ตำรวจหลายนายรีบเข้าไปคุมตัว ชายขโมยคนนั้น เสียงรถพยาบาลที่มาถึง ความหวังของผมที่มีต่อซีวอนมันจะเหลือสักเท่าไรกัน คำอธิฐานของผม . . . ท่านให้ได้มั้ยครับ
“ญาติผู้ป่วยรอด้านนอกนะค่ะ”
ซีวอนถูกนำส่งเข้าห้อง ICU ตัวผมก็มีเพียงแต่รอยฟกช้ำบ้าง ผมแค่ขอให้เค้ารอดก็พอแล้ว ผมควรทำยังไงดีนะ . . . ผมเดินไปเดินมาราว 3 ชั่วโมง และแล้วแพทย์ในชุดกาวน์สีขาวก็เดินออกมา แต่สีหน้าของหมอ . . .
“หมอเสียใจด้วยครับ คนไข้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว”
ร่างของผมทรุดลงคำตอบที่เหมือนฆ่าผมทั้งเป็นยังคงดังอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาตอกย้ำราวกับว่า คนที่ผมรักที่สุดได้ตายจากผมไปแล้ว ผมปาดน้ำตาครั้งสุดท้ายออกก่อนที่จะใช้โทรศัพท์ในจินตนาการ
“ซีวอน นายอยู่ไหนแล้วกี่โมงแล้ว ?”
“ผมกำลังจะโทรบอกฮันเกิงอยู่พอดีเลยครับ ผมหรอใกล้ถึงแล้วเกิงละถึงหรือยัง”
“ซีวอน อย่ามาพบฉันเลยนะ เรื่องที่ผ่านมาหนะลืมมันไปเถอะ”
“ทำไมละฮันเกิง บอกเหตุผมหน่อยได้มั้ยว่าทำไมผมต้องทำแบบนั้น ?”
“นายไม่ต้องเข้าใจฉันหรอก ฉันเกลียดนายรู้ไว้ซะด้วย”
หัวใจของผมแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ คำว่าเกลียดทำไมมันเจ็บปวดแบบนี้นะ ? ปลายเสียงเงียบไปจนผมร้อนรนใจ ขอร้องเถอะขอให้เค้าเชื่อผม เชื่อว่าผมเกลียดเค้า และกลับไปถึงเราจะไม่ได้เจอกันแต่นายก็ไม่ต้องตายใช่มั้ย
“เอาเป็นว่ายังไงผมก็จะไปที่นั้น คุณพูดเหมือนไม่ให้ผมอยากไปนะฮันเกิง”
“ซีวอน . . . ฉันใส่เสื้อโค้ทสีดำนะนั่งอยู่ด้านในสุด”
ผมตัดสินใจโกหกเค้าไปนั้นไม่ใช่ผม ผมใส่โค้ทสีน้ำตาลและนั้นก็เป็นชายที่นั่งอยู่ด้านในสุดของร้าน หวังว่าเค้าจะไม่รู้นะว่าผมโกหกเค้า ขอพระผู้เป็นเจ้าโปรดช่วยผมด้วยเถิด
“ซีวอนนายถึงหรือยัง”
“ฮันเกิง คุณโกหกผมคุณใส่โค้ทสีน้ำตาลใช่มั้ย ผมเห็นถ้วยราเมงห้อยที่กระเป๋าของคุณ”
“ซีวอนนายกลับบ้านเถอะนะ ฉันไม่อยากให้นายโดนยิงรู้มั้ย ฉันไม่อยากให้นายถูกยิงแทนฉัน”
“ผมรักคุณนะฮันเกิง ลาก่อน”
นั้นคือเสียงสุดท้ายผมได้ยินสายถูกตัดทิ้งไป . . . ผมไม่อาจทำอะไรได้เลยนอกจากยอมรับว่ายังไง ซีวอนก็ตายจากผมไป หิมะในตอนนี้หยุดตกแล้ว . . .
THE END . . .
ยัง ๆ 5 5555555555* จะโดนคนอ่านถีบมั้ยฟะ ?
ผ่านไป 2 ปี ตอนนี้ผมอยู่มัธยมปลายปี 2 แล้ว ผมย้ายบ้านมาอยู่ที่อื่นแทนเพื่อลืม ซีวอน . . . ผมซื้อโทรศัพท์จริง ๆ มาใช้ และผมก้สามารถหาเพื่อนได้แล้วด้วย เพื่อนของผมชื่อ ลีทึก กับ เรียววุค
แกรก แกรก . เสียงเคาะแป้นพิมพ์ยังดังต่อเนื่อง มือด้านซ้ายดันแว่นสายตาให้เข้าที่ ผมนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นลงในอินเตอร์เน็ตดูเหมือนมันจะได้รับความนิยมซะด้วย บรรทัดสุดท้ายจบลงพร้อมกับการกด Enter.
“ผะ ผมรักคุณ วอยซ์เมล์”
เสียงของซีวอนประโยคสุดท้ายแวบเข้ามาให้หัวของผม . .. วอยซ์เมล์ !? ผมตัดสินใจจินตนาการถึงโทรศัพท์ที่ไม่ได้ใช้นานจนกระทั่งวันนี้ นิ้วของผมกดไปที่ข้อความและเปิดวอยซ์เมล์ฟัง
น้ำเสียงเครื่องดนตรีที่เรียกว่า เปียโนดังขึ้นเป็นท้วงทำนอง เพลงโปรดของผม เพลงของเรา I believe
ผมไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรกันที่น้ำใสๆมันไหลออกมาอย่างไม่หยุด ซีวอนพูดสิ่งต่างๆนาๆเกี่ยวกับผมและเค้านับตั้งแต่วันแรกที่เราได้คุยกันและเหตุการ์ณวันนั้น
ฉันเชื่อว่าแม้ฉันจะไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอแต่
นี่จะไม่ใช่การเลิกลา
ฉันเชื่อว่าทางที่จะนำเธอมาสู่ฉัน
นั้นห่างเพียงนิดเดียว
ทุกอย่างที่ผ่านพ้นไป ในความทรงจำเหล่านั้น
มันทำให้ฉันเจ็บปวดและน้ำตาก็ไหลทุกครั้ง
ฉันไม่ได้ร้องไห้
ถึงเธอจะจากฉันไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้มีน้ำตาอะไรมากกมาย
เพราะฉันรู้
สักวันเธอจะกลับมา...ฉันรู้
ฉันเชื่ออย่างนั้น
ฉันจะรอ มีแต่เธอเท่านั้น...สำหรับฉัน
ฉันเชื่อว่า ฉันคงจะต้องเจ็บปวด
แค่ร้องไห้ เธอก็ไม่สามารถกลับมาได้
ฉันเชื่อว่าน้ำตาที่ไหลรินของฉัน
ในเวลานั้นมันจะกลับมาอีกครั้ง
ในสายตาของฉันนั้น
ก็มีแต่เธอ ซึ่งมันทำให้น้ำตาของฉันไหลริน
ก่อนที่ฉันจะรู้จักเธอโลกนี้มันก็ยังคงดูสดใส
ในท้องฟ้าเบื้องบนนั้น
ร่องรอยน้ำตายังคงเหลืออยู่
แต่ฉันก็จะเก็บมันไว้
เพราะเธอ
การเฝ้ารอของฉันนั้น
ก็คือความสุขที่เพียงพอแล้ว
เพราะรัก
ถึงจะผ่านไปอีกกี่วัน
ถึงจะหาหนทางไม่ได้
ฉันก็จะรอ
เพราะต้องเป็นแค่เธอเท่านั้นสำหรับฉัน
เสียงของซีวอนสิ้นสุดลงเมื่อความหมายเพลงจบ ผมยังคงกดวอยซ์เมล์นั้นซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนบ้าคนหนึ่งที่ต้องการบางสิ่งให้ห้วนคืนมา . . . ในคืนนี้หมอกปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า แต่ยังคงมีดวงดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงระยิบระยิบกว่าใครเพื่อน
“ผมรักคุณ”
THE END.
____________________________________
Talk : เฮือกกจบลงแล้ว ? T T เศร้าไปมั้ย ? ไม่หรอกมั้ง ฮ่า ๆตอนนิ้อาจจะไม่ค่อยสนุกมากนักง่ายๆไรเตอร์มันลวก = = ยังไงก็ขอขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และการเข้ามาอ่านเรื่องนี้นะค่ะ ^ ^
*มีใครต้องการสเป ? =w=*